Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

Archive for the ‘FAQ’ Category

Uncle Sam        Guidance for Travellers Carrying Narcotics into/out of Thailand
100b Application for Carry In_Form IC-1
100b Application for Carry Out_Form OC-1
100b Customs-Bonding-Facility
100b FAQ
100b Restriction on Narcotics
100b Lists of Preparations of Narcotic Drugs and Hospitals
100b Restrictions on Psychotropic Substances
100b Table of Controlled Psychotropic Substances
100b Table of Controlled Narcotic Drugs

คำถาม ๘
ตามกฎหมาย Methadone Solution สามารถสั่งจ่ายเพื่อใช้บำบัดอาการปวดได้หรือไม่

คำตอบที่ ๘
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ที่ผู้อนุญาตจะอนุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๙๗ พ.ศ. ๒๕๔๙ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติเดให้โทษในประเภท ๒ ที่ผู้อนุญาตจะอนุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๙ ได้อนุญาตให้ผู้รับอนุญาตฯ จำหน่าย Methadone ได้ดังนี้
๑.  ชนิดเม็ด  สำหรับการบำบัดอาการปวด
๒.  ชนิดน้ำ  สำหรับการบำบัดอาการปวดและการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติดให้โทษ ดังนั้น จึงสามารถสั่งจ่าย Methadone Solution เพื่อใช้บำบัดอาการปวดได้

อ่านเพิ่มเติม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดใสนประเภท 2 ที่ผู้อนุญาตจะอนุุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่2) พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2555 

                                                                             

คำถามที่ ๗ 
สอบถามเรื่องการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ของสำนักงานเทศบาลเมือง ก. ว่า การยื่นขอรับใบอนุญาตฯ ต้องไปติดต่อด้วยตัวเองเท่านั้น หรือสามารถยื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ และชื่อผู้ดำเนินกิจการสามารถขอในนามของ “สำนักงานเทศบาลเมือง ก.” ได้หรือไม่ หรือขอในนาม “นายกเทศมนตรีเมือง ก.” และในกรณีเทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข ๒ แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตฯ แยกเป็น ๒ ฉบับหรือไม่ 

คำตอบที่ ๗
๑)  การขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ของสถานพยาบาล สามารถสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการขออนุญาตได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งสถานพยาบาลหรือสอบถามได้ที่กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๐ ๗๓๔๓ , ๐ ๒๕๙๐ ๗๗๖๒ , ๐ ๒๕๙๐ ๗๗๙๒ ซึ่งการยื่นขอรับใบอนุญาตฯ นั้น สามารถยื่นคำขอได้ ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. หรือส่งคำขอมาทางไปรษณีย์ก็ได้ กรณีสถานพยาบาลนั้น สังกัดหน่วยราชการอื่น สามารถดูรายละเอียดได้ที่ หนังสือเวียนที่ สธ ๑๐๐๓.๒/ว๒๓๖๙ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่เว็บไซต์กองควบคุมวัตถุเสพติด http://narcotic.fda.moph.go.th/welcome  

๒)  ผู้ดำเนินกิจการจะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ส่วนผู้รับอนุญาตนั้นต้องเป็นนิติบุคคล ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าสำนักงานเทศบาลเมือง ก. สังกัดหน่วยงานใดในระดับที่เป็นนิติบุคคล ก็ขอในนามหน่วยงานที่เป็นนิติบุคคลนั้นๆ

๓)  ในกรณีเทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข ๒ แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตแยก ๒ ฉบับ สำหรับศูนย์บริการสาธารณสุขแต่ละแห่ง เนื่องจากในใบอนุญาตฯ จะระบุสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองฯ คือ ๑ ใบอนุญาต ต่อการอนุญาต ๑ สถานที่ 

 

คำถามที่ ๖
บารากู่ เป็นสารต้องห้ามในการนำเข้าส่งออกหรือไม่อย่างไร และมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสารประเภทนี้ฉบับใดบ้าง

คำตอบที่ ๖
บารากู่ จัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งตามมาตรา ๑๑ วรรคสองของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้ผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบมีหน้าที่ต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบให้กระทรวงสาธารณสุขทราบตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๐) ซึ่งปัจุบันกฎหมายดังกล่าวอยู่ในการกำกับดูแลของสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (ที่ตั้ง : อาคารวิทยาลัยพยาบาลบรมราช-ชนนีบำราศนราดูร อาคาร10 ชั้น (ชั้น6) 126/146 หมู่ 4 ซอยบำราศนราดูร ถนนติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0 – 2580 – 9307 โทรสาร. 0 – 2580 -9237, 0 – 2580 -9264) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่ ๕
บารากู่ เป็นสารเสพติดหรือไม่อย่างไร หากเป็นสารเสพติดจัดเป็นสารเสพติดประเภทใด ตามกฎหมายฉบับใด

คำตอบที่ ๕
บารากู่ เป็นส่วนผสมของใบยาสูบ (tobacco) กับสารที่มีความหวาน เช่น น้ำผึ้งหรือกากน้ำตาล (molasses) หรือผลไม้ตากแห้ง และมักมีการเติมแต่งกลิ่นหอมของผลไม้ เช่น สตรอเบอรี่ แอปเปิ้ล และสมุนไพรบางชนิด เป็นต้น การสูบบารากู่จะต้องมีอุปกรณ์การสูบควันที่เรียกว่าเตาบารากู่ หรือ hookah โดยเป็นการสูบควันผ่านน้ำ บารากู่จัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๓๕

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับบารากู่

 

คำถามที่ ๔
ต้องการได้แบบฟอร์มรายงานเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์สามารถรับได้ที่ไหน และการจัดส่งรายงานให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาสามารถส่งทางไปรษณีย์ได้หรือไม่
 

คำตอบที่ ๔
สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มรายงานได้จากเว็บไซต์กองควบคุมวัตถุเสพติด http://narcotic.fda.moph.go.th/welcome สำหรับการจัดส่งรายงาน สามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ ได้ที่

กองควบคุมวัตถุเสพติด
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

ทั้งนี้ท่านต้องจัดเก็บสำเนารายงานดังกล่าวไว้พร้อมแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี สำหรับวัตถุออกฤทธิ์ และอย่างน้อย ๕ ปี สำหรับยาเสพติด นับแต่วันลงรายการครั้งสุดท้าย

คำถามที่ ๓
ถ้าสถานพยาบาล มีความประสงค์จะทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่หมดอายุแล้ว มีขั้นตอนอย่างไร

คำตอบที่ ๓
มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้

กรณีสถานพยาบาลเอกชน ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
๑)  ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ทำหนังสือแจ้งมายังกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยแจ้งชนิดของวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ และสาเหตุที่ต้องการจะทำลาย รวมถึงวัน เวลา และสถานที่ที่ต้องการทำลาย เพื่อขออนุมัติการทำลายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

๒)  เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติด จะแจ้งให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทราบ และในการทำลายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมเป็นพยานในการทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่จะทำลาย เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

กรณีสถานพยาบาลเอกชน ที่ตั้งอยู่ในเขตปริมณฑล และส่วนภูมิภาค
๑)  ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แจ้งชนิดของวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ และสาเหตุที่ต้องการจะทำลาย รวมถึงวัน เวลา สถานที่ที่ต้องการทำลาย เพื่อขออนุมัติการทำลายจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

๒)  เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จะแจ้งให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทราบและในการทำลายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมเป็นพยานในการทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะตรวจสอบวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่จะทำลาย เลขที่ผลิต (Lot. No.) วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ ปริมาณ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติด และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะได้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ทราบต่อไป

กรณีสถานพยาบาลของรัฐ
ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๓ การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ ข้อ ๑๕๗ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย ๓ คน เพื่อทำลายยาแล้วให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แล้วรายงานมายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (หนังสือเวียน ที่ สธ ๑๐๐๓.๓/ว๑๒๖๔ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่อง การทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์)

หนังสือเวียน ที่ สธ 1003.3/ว1264 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 เรื่อง การทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์

คำถามที่ ๒
กรณีสถานพยาบาล เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ บางตัว สามารถยืมจากสถานพยาบาลอื่นมาใช้ก่อนได้หรือไม่

คำตอบที่ ๒
ไม่สามารถยืมวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ จากสถานพยาบาลอื่นได้ เนื่องจาก ตาม พรบ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ให้คำยามคำว่า “ขาย” ให้หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ส่งมอบ หรือมีไว้เพื่อขาย ซึ่งตามมาตรา ๑๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการยืมวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ ระหว่างสถานพยาบาล จึงเท่ากับเป็นการขาย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ – ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ – ๔๐๐,๐๐๐ บาท

คำถามที่ ๑
กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้ จะสามารถส่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยได้หรือไม่

คำตอบที่ ๑
ตามมาตรา ๔ พรบ. สถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้นิยามของผู้ป่วยว่า “ผู้ป่วย” หมายความว่า ผู้ขอรับบริการในสถานพยาบาล ดังนั้นการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยของตนโดยปกติทั่วไปควรกระทำในสถานพยาบาลของตน ไม่สมควรจ่ายยานอกสถานพยาบาล นอกจากนี้ การใช้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ เป็นประจำติดต่อกันอาจทำให้เกิดการเสพติด ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ หรืออาจมีการลักลอบนำไปใช้ในทางที่ผิด ก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้ ดังนั้นเพื่อให้มีการนำวัตถุออกฤทธิ์ไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างถูกต้อง จึงจำกัดให้ผู้มีสิทธิ์สั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ได้คือ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ที่สั่งจ่ายให้กับผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยที่ตนให้การรักษา ดังนั้นแพทย์ผู้ให้การรักษา จึงควรมีการตรวจผู้ป่วยซึ่งตนให้การรักษา ตามหลักวิชาการ และจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ก่อนพิจารณาสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ให้กับผู้ป่วยนั้นๆ สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้นั้น ทางสถานพยาบาลอาจต้องออกหน่วยเคลื่อนที่ไปพบผู้ป่วยแทนหรืออาจพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาในสถานพยาบาลอื่นที่สะดวกต่อการเดินทางไปพบแพทย์ของผู้ป่วยแทน                  

                                                                   

คำถามที่ ๑
กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้ จะสามารถส่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยได้หรือไม่
คำถามที่ ๒
กรณีสถานพยาบาล เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ บางตัว สามารถยืมจากสถานพยาบาลอื่นมาใช้ก่อนได้หรือไม่
คำถามที่ ๓
ถ้าสถานพยาบาล มีความประสงค์จะทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่หมดอายุแล้ว มีขั้นตอนอย่างไร 
คำถามที่ ๔
ต้องการได้แบบฟอร์มรายงานเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์สามารถรับได้ที่ไหน และการจัดส่งรายงานให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาสามารถส่งทางไปรษณีย์ได้หรือไม่

คำถามที่ ๕
บารากู่ เป็นสารเสพติดหรือไม่อย่างไร หากเป็นสารเสพติดจัดเป็นสารเสพติดประเภทใด ตามกฎหมายฉบับใด
คำถามที่ ๖
บารากู่ เป็นสารต้องห้ามในการนำเข้าส่งออกหรือไม่อย่างไร และมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสารประเภทนี้ฉบับใดบ้าง

คำถามที่ ๗ 

สอบถามเรื่องการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ของสำนักงานเทศบาลเมือง ก. ว่า การยื่นขอรับใบอนุญาตฯ ต้องไปติดต่อด้วยตัวเองเท่านั้น หรือสามารถยื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ และชื่อผู้ดำเนินกิจการสามารถขอในนามของ “สำนักงานเทศบาลเมือง ก.” ได้หรือไม่ หรือขอในนาม “นายกเทศมนตรีเมือง ก.” และในกรณีเทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข ๒ แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตฯ แยกเป็น ๒ ฉบับหรือไม่

คำถาม ๘
ตามกฎหมาย Methadone Solution สามารถสั่งจ่ายเพื่อใช้บำบัดอาการปวดได้หรือไม่