Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

     ตามที่มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยข่าวลงวันที่ 04/02/2546 หน้า 1,10,19 โดยมีหัวข้อข่าวคือ “มหันตภัย’ยาตัวใหม่’ โจ๋ใต้กำลังฮิต” และหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 03/02/2546 ปีที่ 7 ฉบับที่ 2293 หน้า 1 และ 12 ในหัวข้อ “ยากันยุงปนยาหวัดมหันตภัย’เสพติด’ระบาด ที่นราธิวาสอันตรายตายทันที “โดยกล่าวถึงว่ายาบ้าตัวใหม่ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้น จากพ่อค้าคิดสูตรขึ้นใหม่มามอมเมาแทน “โคเดอีน” หลังจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีมาตรการคุมเข้มยาแก้ไอที่มี “โคเดอีน” เป็นสูตรผสม โดยสูตรยาดังกล่าว ในหนังสือพิมพ์ กล่าวว่าประกอบด้วยยากันยุงขด ผสมกับยาน้ำแก้หวัดที่มียาคอเฟนิลามีน ยากล่อมประสาทประมาณ 5-10 เม็ด น้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร เครื่องดื่มชูกำลัง มาผสมเข้าด้วยกันแล้ว ทำให้มึนเมาหนักกว่ายาแก้ไอโคเดอีนนั้น กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา เห็นควรแจงรายละเอียดของข้อเท็จจริง ของตัวยาดังกล่าวข้างต้นดังต่อไปนี้
โคเดอีน (codeine)

เป็นอนุพันธ์ของฝิ่น (opium) ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system, cns) มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาคือออกฤทธิ์ระงับอาการไอ โดยการกดศูนย์การไอ และระงับการไอได้ดีมาก และนอกจากนี้ยังสามารถออกฤทธิ์ระงับปวดในขนาดต่ำถึงปานกลางได้ดีด้วย เมื่อใช้ในขนาดยาที่เหมาะสมหรือตามแพทย์สั่ง แต่เมื่อใช้ในขนาดที่ไม่เหมาะสมหรือใช้ในขนาดที่สูง จะทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข (euphoria)ได้ แต่ถ้าเสพติดต่อกันสักระยะอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ แต่ถ้าเสพในขนาดที่สูงมากๆ อาจทำให้กดสูญหายใจทำให้ถึงตายได้เช่นกัน ตามกฎหมายได้จัดยากลุ่มนี้ไว้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 2 ส่วนยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของโคเดอีน จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 3 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 (ดูบทกำหนดโทษ)
คลอเฟนิรามีน
คลอเฟนนิรามีน จัดอยู่ในกลุ่มของยากลุ่ม antihistamine ที่ใช้เป็นยาแก้หวัด เมื่อรับประทานยาชนิดนี้เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดอาการง่วงนอน หรือมึนงงได้ เนื่องจากยาชนิดนี้มีฤทธิ์กดประสาทเช่นกัน ตามกฎหมายจัดยากลุ่มนี้เป็นยาอันตราย
ยากล่อมประสาท
ส่วนมากที่ใช้มักเป็นกลุ่ม benzodiazepine เช่น diazepam, alprazolam, nitrazepam, midazolam เป็นต้น ซึ่งยากล่อมประสาทพวกนี้ จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 (ดูบทกำหนดโทษ) วัตถุออกฤทธิ์เหล่านี้ออกฤทธิ์สงบประสาท คลายความวิตกกังวล และในบางครั้งเมื่อใช้ในขนาดยาที่ไม่เหมาะสมหรือใช้ในขนาดที่สูงๆ อาจทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข ง่วงซึม มึนเมา หรืออาจทำให้เห็นภาพหลอนได้
คาเฟอีน
โดยทั่วไปเราจะได้ยินชื่อของสารนี้อยู่ในพวกเครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลมต่างๆ รวมทั้งเครื่องดื่มกาแฟต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟกระป๋อง กาแฟชงสด หรือในผงกาแฟที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดก็ตาม แต่ตามกฎหมายได้จัดคาเฟอีนเป็นได้ทั้งอาหารและยา แต่เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ได้รวบรวมข้อมูลจาก internet และพบว่าในสหรัฐอเมริกา มีข่าวว่ามีการใช้คาเฟอีนในขนาดที่สูงขนาดหนึ่ง แล้วทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุข (euphoria) โดยผู้เสพได้เสพกาแฟหรือดื่มน้ำอัดลมแทนเครื่องดื่มปกติที่เป็น soft drink หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีอัลกอฮอล์ผสม เมื่อดื่มได้ขนาดหนึ่งมีหลายคนที่พบว่า เมื่อดื่มแล้วจะพบอาการเคลิ้มสุข ตื่นตัวพร้อมที่จะทำงานหนักๆได้ และในบางคนยังพบว่าการรับรู้เปลี่ยนแปลงไป หรือเห็นภาพหลอนด้วย และในบางคนพบว่าเกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะมาก ใจสั่นจนผู้ดื่มเกรงว่าจะเกิดอาการหัวใจวาย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว อาการต่างๆ ดังกล่าวก็จะหายไปรวมทั้งอาการเคลิ้มสุขด้วย แต่ในบางคนมีการรับยาอย่างอื่นเพิ่มด้วย โดยไม่ทราบว่ายาดังกล่าวเกิดปฏิกิริยาเสริมฤทธิ์กับคาเฟอีน แล้วทำให้เกิดอันตรายได้ เช่นในบางคนเกิดอาการวิตกกังวล หรือในบางคนเกิดอาการคุ้มคลั่ง (panic attack) และในบางรายถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล      แต่ในบางคนยังมีการใช้คาเฟอีนในทางที่ผิดมากกว่าที่กล่าวมาอีกคือกินกาแฟก่อนที่จะเสพ lsd เพราะเชื่อว่าเมื่อเสพแล้ว จะทำให้เกิด trip ที่สนุกมากขึ้น และทำให้เกิดอารมณ์ดี
จากการศึกษาเกี่ยวกับคาเฟอีน พบว่ามีเครื่องดื่มหลายอย่างที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบอยู่
เช่น ชา (tea), กาแฟ (coffee), เครื่องดื่ม soft drink บางชนิด,เม็ดกาแฟ ฯลฯ รวมทั้งยาบางชนิด ช็อกโกแลต และนอกจากนี้มีข้อมูลพบว่าในน้ำอัดลม จะมีปริมาณคาเฟอีนเป็นปริมาณไม่เท่ากัน (mg.) เมื่อวัดในปริมาณน้ำอัดลมกระป๋องขนาด 12 oz. เช่น
diet pepsi มีปริมาณคาเฟอีน 35.4 mg.
pepsi cola มีปริมาณคาเฟอีน 37.2 mg.
coca-cola มีปริมาณคาเฟอีน 45.6 mg. เป็นต้น
และจากข่าวยังกล่าวว่านอกจากส่วนผสมที่กล่าวมาแล้ว ยังใช้ยากันยุงชนิดขดซึ่งมีส่วนผสมของไพเรทิน ซึ่งมีฤทธิ์เบื้องต้นทำให้เกิดอาการมึนเมาผสมด้วย ซึ่งสูตรผสมดังกล่าวอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้เสพได้ เนื่องจากพิษของไพเรทิน ซึ่งไม่ได้จัดเป็นอาหารหรือยา แต่จัดเป็นวัตถุมีพิษ และนอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของคาเฟอีนเป็นจำนวนมาก จากน้ำอัดลมร่วมกับเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น ยิ่งถ้าผสมจำนวนคาเฟอีนในขนาดสูงมากๆ และผู้เสพมีสุขภาพไม่ดีอยู่แล้วอาจทำให้เกิดอาการใจสั่น และอาจเกิดอันตรายต่อผู้เสพได้ นอกจากนี้ยังมีคลอเฟนิรามีน ร่วมกับยากล่อมประสาทซึ่งเสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดอาการมึนงง และง่วงนอนได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการขับขี่ยานพาหนะ หรือใช้เครื่องจักรกลได้ และยาสูตรผสมนี้สามารถทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุขได้ เนื่องจากการเสริมฤทธิ์กันระหว่างยากล่อมประสาท และคาเฟอีนจำนวนมาก ในน้ำอัดลมรวมทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งส่วนผสมดังกล่าวไม่แน่นอน ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่ายาสูตรผสมดังกล่าว สามารถทำให้เกิดอาการมึนงง รวมทั้งเกิดอาการเคลิ้มสุขได้ แต่ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ เนื่องจากเหตุผลต่างๆที่กล่าวมาแล้วข้างต้น


Comments are closed.