Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

ประเมินข้อเท็จจริงจากข้อมูลที่ได้

      – เมื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเบอร์อุนแดนก้า (Burundanga) พบว่า มีเมลส่งต่อ (forward mail) เกี่ยวกับเบอร์อุนแดนก้าเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเริ่มส่งให้กันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วคาดว่าอีเมล ‘ภัยจากนามบัตร’ จากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นข้อความที่แปลออกมา

            – นักวิจารณ์ชาวอเมริกันได้วิเคราะห์เมลส่งต่อฉบับนี้ไว้ว่ามีจุดที่น่าสงสัย 2 ประการ ได้แก่

     1.   ผู้ส่งเมลเล่าว่ามีอาการหลังจากที่สัมผัสกับนามบัตร  แต่ระยะเวลาการเริ่มออกฤทธิ์จากการสัมผัสสาร
สโคโปลามีนสารต้องมีระยะเวลาที่นานกว่านี้ (ใช้เวลาเป็นชั่วโมง)

     2.   ผู้ส่งเมลเล่าว่าได้กลิ่นจากมือ ซึ่งมาจากการจับนามบัตร แต่จากเอกสารอ้างอิงมาทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าสารสโคโปลามีนไม่มีกลิ่น

            นอกจากนี้ไม่เคยมีแหล่งข่าวที่ยืนยันว่ามีการก่อคดีเช่นนี้จริงในสหรัฐอเมริกา

จึงขอสรุปว่าข้อมูลอีเมลส่งต่อเรื่อง ‘ภัยจากนามบัตร’ ฉบับนี้ ไม่เป็นความจริง  

ข้อมูลทางวิชาการของเบอร์อุนแดนก้า (Burundanga)

เบอร์อุนแดนก้า เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกยาสโคโปลามีน (scopolamine)

Scopolamine (Hyoscine)

   ในอเมริกาใต้มีเรื่องเล่าลือซึ่งเกี่ยวข้องกับเบอร์อุนแดนก้าว่าเป็นสารที่กินเพื่อให้เกิดภาวะเหมือนจิตที่เข้าฌานหรือทรงเจ้าในพิธีของหมอผี มีรายงานการใช้ยานี้เพื่อก่ออาชญากรรมครั้งแรกในประเทศโคลัมเบียในช่วงทศวรรษ1980 และตามที่รายงานไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ใน Wall Street Journal ปี 1995 (รายละเอียดตามแนบ) ว่ามีการใช้เบอร์อุนแดนก้าช่วยในการก่ออาชญากรรมระบาดมากในช่วงทศวรรษ1990  บทความกล่าวว่าการใช้ก่ออาชญากรรมที่พบคือจะให้เหยื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีเบอร์อุนแดนก้าผสมอยู่  ต่อมาเหยื่อจะตื่นขึ้นมาในสถานที่ห่างออกไป มีอาการมึนงงมาก และจำเรื่องราวไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าวของเงินทองหายไป แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าใจว่าลดลงเหมือนกับการเกิดอาชญากรรมอื่นๆ แล้วก็ตาม แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังคงเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังอาชญากรในโคลัมเบียที่จะใช้ยามอมนักท่องเที่ยวเพื่อให้ไร้ความสามารถชั่วคราว

สโคโปลามีนมีที่ใช้ในทางการแพทย์หลายรูปแบบได้แก่ ยาฉีด ยาเม็ดรับประทาน และแผ่นแปะ

ข้อบ่งใช้ จะแตกต่างกันขึ้นกับรูปแบบของยาที่ให้

- ยาฉีด เป็นยาที่ให้ก่อนการผ่าตัดเพื่อให้สูญเสียความจำ สงบระงับ และลดการหลั่งน้ำลายและลดสารหลั่งจากทางเดินหายใจ

- ยารับประทาน  ใช้รักษาโรคพาคินสัน  โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome, IBS)  ป้องกันอาการเมารถเมาเรือ

- แผ่นยาแปะ ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกี่ยวกับการใช้ยาสลบหรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิเอต ป้องกันอาการเมารถเมาเรือ

แผ่นยาแปะที่มีขายในต่างประเทศ

กลไกการออกฤทธิ์   ยับยั้งการทำงานของ acetylcholine ที่ พาราซิมพาเธติกบริเวณ กล้ามเนื้อเรียบ ต่อมคัดหลั่งและระบบประสาทกลาง

ขนาดยา        ยาเม็ด 10 มก. รับประทาน 1-2 เม็ด วันละ 3 เวลา   ยาฉีด 20 มก/มล ให้ไม่เกิน 1.5 มก/กก/วัน

                     แบบแผ่นแปะมีสโคโปลามีน 1.5 มก. และจะปล่อยตัวยาประมาณ 1 มก.ในเวลา 3 วัน

ระยะเวลาเริ่มออกฤทธิ์         รับประทาน และฉีดเข้ากล้าม 0.5-1 ชั่วโมง  

                                              ฉีดเข้าเส้น 10 นาที 

                                              แผ่นยาแปะ 4 ชั่วโมง

ระยะเวลาการออกฤทธิ์       รับประทาน และฉีดเข้ากล้าม 4-6 ชั่วโมง  

                                              ฉีดเข้าเส้น 2 ชั่วโมง 

                                              แผ่นยาแปะ 3 วัน

อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบประสาทกลาง สับสน ง่วงซึม ปวดศีรษะ สูญเสียความทรงจำ กล้ามเนื้อแขนขาทำงานไม่ประสานกัน  เหนื่อยล้า

การจัดประเภทตามกฎหมาย  จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510

กลุ่มวิจัย พัฒนา และระบาดวิทยา  กองควบคุมวัตถุเสพติด 20 มกราคม 2552

Comments are closed.