Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

      ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 28/02/2546 หน้า 1,2 ในหัวข้อ” ตรวจคนเที่ยวเจอ’ฉี่’แปลกยานรกตัวใหม่” จึงขอเรียนข้อเท็จจริงดังนี้

     การตรวจปัสสาวะโดยพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วงนั้นเป็นเพียงการตรวจเบื้องต้นว่าหากฉี่เป็นสีม่วง ก็สันนิษฐานว่าอาจจะมีสารเสพติดในร่างกายของเจ้าของปัสสาวะเท่านั้น แต่ก็ยังปักใจเชื่อไม่ได้ว่าเจ้าของปัสสาวะเสพยาจริง เนื่องจากสารที่ใช้ในการตรวจสอบดังกล่าวนั้น สามารถให้ผลบวกหรือ’ฉี่ม่วง’ กับสารหลายชนิดนอกจากยาเสพติดเช่น คลอเฟนนิรามีน ซึ่งใช้เป็นยาแก้หวัด หรือรานนิติดีน ที่ใช้เป็นยาแก้โรคกระเพาะเป็นต้น การตรวจพบว่า’ฉี่ม่วง’ในขั้นแรกแล้วนั้น จึงต้องทำการทดลองต่อ โดยนำปัสสาวะนั้นมาทำขั้นตอนทางเคมีต่อไปอีก เพื่อดูว่า ที่’ฉี่ม่วง’ เกิดจากสารตัวใดกันแน่ หรืออาจต้องใช้ขบวนการอย่างอื่นเช่นการเจาะเลือดไปพิสูจน์ร่วมด้วยก็ได้ แต่ถ้าฉี่สีไม่ม่วงก็ให้สันนิษฐานว่าอาจจะไม่มีสารเสพติดที่สงสัยอยู่ในร่างกายของผู้เป็นเจ้าของปัสสาวะเท่านั้น แต่การที่ตรวจพบว่าหลังจากหยดสารที่ตรวจสอบลงไปแล้วเกิดการแยกชั้นและแต่ละชั้นมีหลายสีนั้นก็ไม่ได้บ่งบอกอะไร แต่เจ้าหน้าที่ก็จะเก็บข้อมูลนั้นไว้ แล้วไปทำการทดลองทางเคมีอย่างละเอียด เพื่อแยกสารในปัสสาวะต่ออีกทีหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าในปัสสาวะนั้นมีสารใดบ้าง เป็นยาอะไร จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าของปัสสาวะนั้นเสพยาหรือไม่ หรือกินยาอะไรเข้าไป เนื่องจากการตรวจสอบว่า ‘ฉี่ม่วง’นั้นเป็นการตรวจสอบเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ไม้ได้เป็นการชี้ขาดว่าบุคคลผู้นั้นเสพยา หรือเสพยาเสพติดสายพันธุ์ใหม่

reference:
วรางค์ บุญช่วย, ดวงพร อภิกันตพันธ์ , คู่มือการตรวจหายาบ้ายาอีในปัสสาวะ, กองควบคุมวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ธันวาคม 2541: หน้า 5-7

Comments are closed.