Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

คำถามที่ ๑
กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาที่สถานพยาบาลได้ จะสามารถส่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยได้หรือไม่
คำถามที่ ๒
กรณีสถานพยาบาล เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ บางตัว สามารถยืมจากสถานพยาบาลอื่นมาใช้ก่อนได้หรือไม่
คำถามที่ ๓
ถ้าสถานพยาบาล มีความประสงค์จะทำลายวัตถุออกฤทธิ์หรือยาเสพติดที่หมดอายุแล้ว มีขั้นตอนอย่างไร 
คำถามที่ ๔
ต้องการได้แบบฟอร์มรายงานเกี่ยวกับวัตถุออกฤทธิ์สามารถรับได้ที่ไหน และการจัดส่งรายงานให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาสามารถส่งทางไปรษณีย์ได้หรือไม่

คำถามที่ ๕
บารากู่ เป็นสารเสพติดหรือไม่อย่างไร หากเป็นสารเสพติดจัดเป็นสารเสพติดประเภทใด ตามกฎหมายฉบับใด
คำถามที่ ๖
บารากู่ เป็นสารต้องห้ามในการนำเข้าส่งออกหรือไม่อย่างไร และมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสารประเภทนี้ฉบับใดบ้าง

คำถามที่ ๗ 

สอบถามเรื่องการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ของสำนักงานเทศบาลเมือง ก. ว่า การยื่นขอรับใบอนุญาตฯ ต้องไปติดต่อด้วยตัวเองเท่านั้น หรือสามารถยื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ และชื่อผู้ดำเนินกิจการสามารถขอในนามของ “สำนักงานเทศบาลเมือง ก.” ได้หรือไม่ หรือขอในนาม “นายกเทศมนตรีเมือง ก.” และในกรณีเทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข ๒ แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตฯ แยกเป็น ๒ ฉบับหรือไม่

คำถาม ๘
ตามกฎหมาย Methadone Solution สามารถสั่งจ่ายเพื่อใช้บำบัดอาการปวดได้หรือไม่

 

11 Responses to “FAQ / คำถามที่ถูกถามบ่อย”

  • สุธินี พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ
    ขอรบกวนสอบถามเรื่องการขออนุญาตครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ของสถานพยาบาลสังกัดหน่วยงานราชการอื่นค่ะ (สำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี)
    1.การยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตต้องไปติดต่อด้วยตัวเองเท่านั้น หรือสามารถยื่นคำร้องผ่านทางไปรษณีย์ได้หรือไม่คะ
    2.ชื่อของผู้ดำเนินกิจการสามารถเขียนในนามของสำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีได้เลยหรือไม่ หรือต้องใช้ชื่อของนายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรีเป็นผู้ดำเนินกิจการคะ
    3.ในกรณีที่เทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข 2 แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตแยก 2 ใบหรือไม่คะ
    ขอบคุณค่ะ

    • admin พูดว่า:

      1.การขออนุญาตครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ของสถานพยาบาล กรณีสถานพยาบาลนั้น สังกัดหน่วยราชการอื่นสามารถดูรายละเอียดได้ที่ หนังสือเวียนที่ สธ 1003.2/ว2369 ลงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่หน้าเว็บไซต์กองควบคุมวัตถุเสพติด ซึ่ง อย. ได้แจ้งเวียนหนังสือดังกล่าว ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดด้วยแล้ว หรือท่านสามารถสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการขออนุญาต ได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งสถานพยาบาลของท่าน หรือสอบถามได้ที่กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. 0 2590 7345 ซึ่งการยื่นขอใบอนุญาตครอบครองฯ นั้น สามารถมายื่นคำร้องได้ ณ กองควบคุมวัตถุเสพติด หรือส่งคำขอมาทางไปรษณีย์ก็ได้
      2.ผู้ดำเนินกิจการ จะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรม หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง ส่วนผู้รับอนุญาตนั้น ขึ้นอยู่กับว่า
      สำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สังกัดหน่วยงานใดในระดับกรม ก็ขอให้นามหน่วยงานที่สังกัด แต่ต้องเป็นสถานพยาบาลเท่านั้น
      3.ในกรณีเทศบาลมีศูนย์บริการสาธารณสุข2แห่ง จำเป็นต้องขอใบอนุญาตแยก 2 ใบ ตามสถานที่
      ที่ขอครอบครอง

  • จรัณยา พูดว่า:

    การทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์
    กรณีสถานพยาบาลของรัฐให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพัสด โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน เมื่อทำลายยาแล้วให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน รายงานมายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่ตามระเบียบสำนักนายก หัวหน้าส่วนราชการคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และเมื่อดูตามหนังสือ ที่สธ.3003.3ว1264 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 ได้ระบุกรณีสถานพยาบาลเอกชน
    รบกวนอยากได้หนังสือยืนยันว่า ในการทำลายวัตถุออกฤทธิ์และยาเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์
    ในโรงพยาบาลรัฐบาลคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน เป็นคนในโรงพยาบาล มิใช่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ผอ.เนื่องจากหัวหน้าฝ่ายบริหารยืนยันตามระเบียบสำนักนายกต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการไม่ใช่ ผอ.

    • จรัณยา พูดว่า:

      อ้างถึงแนวทางปฏิบัติสำหรับการซื้อและจัดทำรายงานวัตถุออกฤทธิ์ประเภท2 และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ออกโดย กลุ่มบริหารวัตถุเสพติดที่ใช้ทางการแพทย์ กอลควบคุมวัตถุเสพติด กันยายน 2548 หน้า 29 เรื่อง การทำลายวัตถุเสพติดที่หมดอายุ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2535 และแบบแก้ไขเพิ่มเติม หมวดการควบคุมและจำหน่ายพัสดุ ข้อ 157
      การจำหน่าย
      ข้อ ๑๕๗ หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็น หรือหากใช้
      ราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ
      เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
      (๑) ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาด
      แล้วไม่ได้ผลดี ให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งซึ่ง
      มีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีตกลงราคาโดยไม่ต้องทอดตลาดก่อนก็ได้
      การขายให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
      ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
      รัฐวิสาหกิจหรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ขาย
      โดยวิธีตกลงราคา
      (๒) แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
      (๓) โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
      ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
      รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้มี
      หลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย
      (๔) แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการกำหนด
      การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยปกติให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่
      หัวหน้าส่วนราชการสั่งการ และสำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาคจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณก่อนด้วย
      ซึ่งจากการสอบถามหัวหน้าฝ่ายบริหารของโรงพยาบาล หัวหน้าส่วนราชการคือผู้ว่าราชการจังหวัด
      ทำให้ในขั้นตอนการตั้งกรรมการจะยุ่งยากมาก จากการไปประชุมเมื่อ 13-14 พค. 55 ที่ผ่านมาได้ข้อมูลว่ามให้กรรมการเป็น ผอ. โรงพยาบาล / รองผอ. / เภสัชกร เท่านั้น
      รบกสนขอความชัดเจน เป้นลายลักษณ์อักษรเพื่อนำไปยืนยันกับหัวหน้าฝ่ายบริหารด้วยคะ

    • admin พูดว่า:

      ในการทำลายวัตถุเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์นั้น กรณีเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ขอให้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ ให้ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน กรณีเป็นโรงพยาบาลรัฐ หนึ่งในกรรมการควรเป็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่ต้องถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบสำนักนายก

  • วทันยา พูดว่า:

    จากบัญชีท้ายประกาศกรทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๑๙๗) พ.ศ.๒๕๔๙ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ที่ผู้อนุญาตจะอนุญาตให้จำหน่ายหรืมีไว้ในครอบครอง

    ในช่อง หมายเหตุ ระบุไว้ว่า อนุญาตให้ผู้รับอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ทุกกรณ๊ จำหน่ายยาเมทาโดนได้ดังนี้
    ๑. ชนิดเม็ด สำหรับ สำหรับการบำบัดอาการปวด
    ๒.ชนิดน้ำ สำหรับบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติดให้โทษ

    แต่ใน เอกสารกำกับยาเสพติด Methadone solution(สำหรับ 2 ข้อบ่งใช้) มีระบุใน
    สรรพคุณหรือข้อบ่งใช้ ไว้ว่า
    -ใช้รักษาอาการขาดยา หรือ สำหรับการให้ methadone ระยะยาว ในผู้ป่วยเสพติดยาประเภทฝิ่น เช่น เฮโรอีน หรือยาที่ออกฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน
    -บรรเทาอาการปวดรุนแรง จากโรคมะเร็งหรือภาวะปวดเหตุพยาธิสภาพประสาท (neuropathic pain)

    จึงจะสอบถามว่า ตามกฎหมาย Methadone Solution สามารถสั่งจ่ายเพื่อใช้บำบัดอาการปวด ได้หรือไม่

    • admin พูดว่า:

      ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 197 นั้นมีแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดปริมาณยาเสพติดใสนประเภท 2 ที่ผู้อนุญาตจะอนุุญาตให้จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่2) พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2555 อนุญาตให้ผู้รับอนุญาตให้จำหน่าย
      หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท2 ทุกกรณี จำหน่ายเมทาโดนได้ดังนี้
      1. ชนิดเม็ด สำหรับการบำบัดอาการปวด
      2. ชนิดน้ำ สำหรับการบำบัดอาการปวด และการบำบัดรักษาผุ้เสพยาเสพติดให้โทษ
      ดังนั้น Methadone Solution สามารถสั่งจ่ายเพื่อใช้บำบัดอาการปวด ได้

  • มรกต พูดว่า:

    ไม่ทราบว่าการทำลายยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ประเภทต่างๆ อย.กำหนดให้ทำลายโดยวิธีใดคะ
    ขอทราบทุกตัวเพื่อให้ทำลายได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น morphine , methadone ,ephedrine , midazolam pethidine และอื่นๆ

    • admin พูดว่า:

      วิธีการทำลายวัตถุเสพติดที่ใช้ในทางการแพทย์ อยู่ที่หน้าเว็บไซค์แล้วคะ สามารถเข้าไปดูวิธีการได้

  • เบญจพร พูดว่า:

    กรณีเปลี่ยนใบอนุญาตสถานประกอบการอย่างเดียว ส่วนผู้ได้รับอนุญาตครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดยังเป็นคนเดิม จะต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตใหม่หรือไม่ อย่างไร

    • admin พูดว่า:

      การเปลี่ยนใบอนุญาตสถานประกอบการ แต่ ผู้รับอนุญาตคงเดิม แบ่งได้ 2 กรณี
      1. กรณีผู้รับอนุญาตเป็นนิติบุคคล : ให้ทำการยกเลิกใบอนุญาตเดิม และทำการขอใบอนุญาตใหม่
      2. กรณีผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา : สามารถใช้ใบอนุญาตใบเดิมได้

สอบถามข้อมูล

    

    

ข้อความ


4 + = six