Main Menu
สำรวจความคิดเห็น

สำรวจความพึงพอใจ
แนะนำ ติดชม narcotic@fda.moph.go.th

View Results

Loading ... Loading ...
สำหรับ admin

วัตถุออกฤทธิ์ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 1  เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ยาในทางท่ี่ผิด มีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพสูง และ ไม่มีการใช้ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่่มีฤทธิ์หลอนประสาท ได้แก่ Mescaline , Psilocybin , DMT ,DET, Cathinone เป็นต้น  กฎหมายจึงห้ามเด็ดขาดไม่ให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 2  เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดสูง มีอันตรายต่อสุขภาพมากหากใช้ไม่เหมาะสมหรือไม่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ  แต่มีประโยชน์ทางการแพทย์   ได้แก่ Phentermine , Midazolam , Zolpidem , Methylphenidate,Ketamine ,Pseudoephedrine เป็นต้น  กฎหมายห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท2 ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  หรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาทันตกรรมที่ขายให้แก่คนไข้ของตน   หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่งที่ขายเฉพาะสำหรับใช้กับสัตว์ที่ตนบำบัด หรือป้องกันโรค  หรือขายโดย กระทรวง ทบวง กรม สภากาชาดไทย
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3  เป็นยามีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดปานกลาง เช่น Amobarbital , Pentobarbital , Pentazocine เป็นต้น
วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4  เป็นยาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ และศักยภาพในการก่อให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิดต่ำ  เช่น Diazepam  , Lorazepam , Clorazepate , Chlordiazepoxide เป็นต้น
  
กฎหมาย ห้ามมิให้บุคคลใด ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือ 4 หรือนำผ่านวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท เว้นแต่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  หรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง สาขาทันตกรรม ที่ขายให้แก่คนไข้ของตน  หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่งที่ขายเฉพาะสำหรับใช้กับสัตว์ที่ตนบำบัด หรือป้องกันโรค  และไม่ใช้บังคับในการผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก โดยกระทรวง ทบวง กรม สภากาชาดไทย  องค์การเภสัชกรรม 

สำหรับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท3,4 กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม สัตวแพทย์ชั้น1มีวัตถุออกฤทธิ์ได้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด โดยไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 62 ได้แก่
-Alprazolam ครอบครองได้ไม่เกิน  1  กรัม   ( หรือประมาณ 2,000 เม็ด กรณี เม็ดละ 0.5 มิลลิกรัม )
-Diazepam   ครอบครองได้ไม่เกิน 10 กรัม  ( หรือประมาณ 2,000 เม็ด กรณี เม็ดละ 5 มิลลิกรัม )
-Lorazepam ครอบครองได้ไม่เกิน  2  กรัม   ( หรือประมาณ 2,000 เม็ด กรณี เม็ดละ 1 มิลลิกรัม )
เป็นต้น

ยาเสพติดให้โทษ  หมายถึง สารเคมีหรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใดๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเป็นลำดับ มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงตลอดเวลา  และสุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลง  ซึ่งรวมถึงพืชหรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ   หรืออาจใช้ผลิต เป็นยาเสพติดให้โทษ และสารเคมีที่ีใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย
แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน โคคาอีน โคเดอีน ฝิ่นยา  ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ในกรณีที่มีไว้จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองต้องได้รับอนุญาต
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 3 ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตำรับยา และมียาเสพติดให้โทษในประเภท2ผสมอยู่ด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 เว้นแต่ได้รับอนุญาต  ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบการโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง  สาขาทันตกรรม จำหน่ายให้แก่คนไข้ของตน หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง จำหน่ายใช้กับสัตว์ที่ตนบำบัดหรือป้องกันโรค 
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 4 สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 2 เช่น Acetic Anhydride ใช้ในการลักลอบผลิตเฮโรอีน , Anthranilic acid  เป็นต้น
ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 ยาเสพติดให้โทษที่ไม่เข้าอยู่ในประเภท 1 ถึง4 เช่น ก้ญชา พืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย พืชฝิ่น

 

Comments are closed.